แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

การทำงาน, ทั่วไป, ปรัชญา | โดย time 2 ความคิดเห็น »

ผมคิดเสมอนะครับว่า ไม่ใช่แค่เราหรอก ที่จะเจอปัญหาหรือเรื่องราวทุกข์ใจ
คนอื่นหลาย ๆ คนก็ต้องเมีเรื่องอะไรกันบ้างหล่ะ ที่ทำให้เค้าระคายเคืองจิตใจ
ท้อใจ ท้อแท้ ท้อถอย ไม่มากก็น้อย ..ขึ้นอยู่กับว่า แต่ละคนจะหาทางแก้ไข
ปัญหา หรือเรื่องราวที่พบเจอนั้นอย่างไร ผมเองก็เป็นผู้หนึ่งที่เคยเจอปัญหา
ที่ทำให้รู้สึกแย่  ขุ่นเคือง ในใจ มองไปทางไหนก็ยังไม่พบทางออก และผม
ก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหานั้นได้ด้วยตัวเอง.. ซึ่งหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา..
และปัญหาบางอย่างเราก็ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตัวเราเอง.. ผมก็จนใจ
แต่จะจนใจอย่างไร เส้นทางเดินจะมืดสักแค่ไหน.. แต่ปลายทางของอุโมงค์
ผมก็ยังพบแสงสว่าง.. เสมอ.. นั่นคือ “ใจของเรา..เป็นทางออก..
เราจะทำอะไรไม่ได้ เราก็ทำที่ใจเรา.. ยอมรับมัน ปล่อยให้มัน
เป็นไปตามทางของมัน ส่วนใจเราก็ต้องวางในทางของเรา”

ฝากถึงหลาย ๆ ท่านที่มีปัญหา และยังไม่พบทางออกนะครับ
ว่าอย่าเพิ่งท้อถอย หมดแรงใจไปก่อน ลองค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำ
ค่อย ๆ แก้ไขปัญหาไป ตามวิสัยที่เราสามารถทำได้
และถ้าไม่พบทางออกจริงๆ  ลองฟังธรรมะครับ..ช่วยได้นะ..
และหนทางที่มืดมิด.. ก็อาจจะสว่างได้..ที่ปลายเส้นทางของอุโมงค์ครับ..

ผมกะลังหลง.. ครับ ทำไงดี

ทั่วไป, ปรัชญา | โดย time 5 ความคิดเห็น »

ผมผ่านไปผ่านมาในเว็บพันธุ์ทิพย์ เลยบังเอิญไปเจอเจ้าสุนัขอยู่พันธุ์นึง
พอเห็นมันแล้วทำให้รู้สึก..แอบชอบ ทำไมมันน่ารักงี้อ่ะ เห็นแล้วอยากเลี้ยงเลย
ทั้ง ๆ ที่ พอหาข้อมูลต่างๆ  แล้วก็พบว่าสุนัขพันธุ์นี้เลี้ยงยาก เอาแต่ใจ ดืื้อ ซน
ต้องดูแลต้องเอาใจใส่เป็นอย่างดี  ต้องมีเวลาให้ ดื้อ ซน กินยาก ไม่เหมือนสุนัขพันธุ์ทาง
บ้านเราเลย แต่ผมก็ยัง.. นั่งเปิดรูปมันดูทุกวัน อ่านเรื่องราวในบอร์ดคนรักสุนัขพันธุ์นี้..
จนเริ่มต้องกลับมาคิดแล้วว่า
เอ.. นี่เราเป็นไร กับแค่ไปเจอหมาน่ารักเข้าหน่อย ทำเป็นอยากเลี้ยงนะ คิดดีแล้วหรือยัง..
หรือแค่หลงในรูปลักษณ์ความน่ารักของมันแบบนี้..

ผมพยายามเรียกสติของตัวเอง กลับมา.. พยายามใช้ปัญญา คิด และไตร่ตรอง
เรื่องราวต่าง ๆ … แต่ก็ยัง.. ไม่อาจห้ามใจ

เจ้าสุนัขตัวนี้คือ ไซบีเรียน ฮัสกี้ ครับ.. มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ ท่านไหนเลี้ยงบ้างป่ะครับ
ผมจาทำยังไงดีเนี่ย.. น่ารักกกกกซะขนาดนี้.. ช่วยผมที.. ครับ

ความแตกต่าง.. ของชีวิต

ทั่วไป, ท่องเที่ยว, ปรัชญา | โดย time 5 ความคิดเห็น »


ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในกรุงเทพฯ แต่ชีวิตอีกครึ่งหนึ่งก็ใช้ในแม่กลองด้วยเช่นกัน
จึงเห็นถึงความแตกต่างระหว่างสังคมชีวิตในเมือง กับนอกเมือง และเมื่อไม่นานมานี้
ผมก็ได้มีโอกาสเดินทางไปเที่ยวทางภาคเหนือโดยมีโปรแกรมการเดินทางคร่าว ๆ คือ
ภูชี้ฟ้า – ดอยอ่างขาง – แม่ตะมาน ซึ่งในหนึ่งปีผมก็จะต้องหาเวลาสักครั้งหนึ่งไปพักผ่อน
ทางภาคเหนือ เนื่องจากมีความประทับใจส่วนตัวกับสภาพแวดล้อม อากาศ และธรรมชาติ
ซึ่งสถานที่สวนใหญ่ที่ไปก็มักจะเป็นภู/ดอย ซะเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากสวยงาม
และมีอากาศเย็นสบายยยยย (จนหนาวเหน็บ)
     ในการเดินทางขึ้นภู/ดอยนั้น เส้นทางค่อนข้างสลับซับซ้อน ใช้เวลาในการเดินทาง
ส่วนใหญ่เวลานั่งรถก็จะดูหนัง ฟังเพลง หลับ.. และ ไม่ลืมที่จะดูบรรยากาศรอบด้าน
ซึ่งสำหรับชานเมือง หรือชุมชนริมทาง บนภูเขานั้น ก็จะทำให้ผมเกิดฉุดคิดขึ้นมาในใจ
เสมอว่า.. “ชีวิตคนเราจะต้องการอะไรกันมากมายนะ” ดูคนในชุมชนเหล่านี้สิ.. เค้าอยู่
ในสภาพแวดล้อมที่ดี มีเรือกสวนไร่นา อาหารการกินพร้อมมูล อากาศก็สุดแสนจะดี
ชีวิตเค้าเหล่านี้ไม่ต้องแย่งกันกิน แย่งกันใช้ แย่งกันขึ้นรถเมล์ หรือแก่งยิ่งชิงดีกับใคร
เลย.. กลางวันทำงาน ดูนาดูไร่ ปล่อยวัวไปหากิน มีผัก ผลไม้ปลูกไว้รายล้อม..
ไม่ต้องทนร้อนแออัดกับใคร.. กลางคืนอากาศเย็นสบาย ดาวเต็มท้องฟ้า…
มันช่างมีความสุขเสียนี่กระไร.. เป็นชีวิตที่พอเพียง ตามรอยเบื้องพระยุคลบาทจริง ๆ
ทำไมน้า เราถึงไม่มีชีวิตแบบเค้าบ้าง..เราจะอยู่ได้มั้ยนะ.. แบบนี้
.. ความสุขทุกวันนี้ของเรา.. มันอยู่บนพื้นฐานที่แตกต่างกันเหลือเกิน..
ผมเคยคิดนะ..ว่าอยากย้ายไปทำงานที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะ
ชอบบบบอากาศ ภูเขา ท้องฟ้า ดวงดาวซะเหลือเกิน แต่.. เนื่องจาก
ยังคงมีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบที่แม่กลอง.. เราจะตัดช่องน้อยแต่พอตัว
ทิ้งภาระความรับผิดชอบ ไปมีความสุข.. ตามใจฝันได้อย่างไร..
จึงขอเพียงว่า.. ปีละครั้งที่จะไปใช้ชีวิตอยู่ดั่งใจฝัน..
ผมว่าความสุขของผมคงไม่ใช่เพียงแต่ว่า.. ใช้ชีวิตเพื่อตัวเองเพียงคนเดียว
แต่ยัง..ต้องคิดถึงความสุขโดยภาพรวมของครอบครัวด้วย จึงจะคุ้มค่ากับ
การมีชีวิตอยู่.. “ชีวิตคนเรานะ.. ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการทำหน้าที่หรอก
แค่เพียงเราทำมันไปให้ดีที่สุด.. เราก็มีความสุขได้เสมอ.. ”

บริจาค VS หักลดหย่อนภาษีเงินบริจาค

การทำงาน, ทั่วไป, ปรัชญา | โดย time 6 ความคิดเห็น »

เห็นคุณ issuemako เล่าเรื่องภาษี มาซะหลายวัน แต่แปลกใจเล็กน้อยที่คน comment
หายไปไหนกันหมดน้อ…หรือเป็นเพราะไม่ใช่เรื่องในกระแสของผู้อ่านกันนะ แต่ก็อดทำให้
ไฟในการเล่าเรื่องราวคุกรุ่นขึ้นมาอย่างกระทันหัน เนื่องจากเห็นในความสนใจของเพื่อน
สมาชิก ประกอบกับความเป็นพลเมืองที่ดีที่รู้และเข้าใจการเสียภาษี แอบปลื้มใจเลยหล่ะ
จึงอยากเขียนอะไรบ้าง

การหักลดหย่อนเงินบริจาคสำหรับการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
มีอยู่ 2 ประเภทหลัก ๆ คือ

1. เงินบริจาคสนับสนุนการศึกษา
คื
อเงินที่จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษา (ตามหลักเกณฑ์ เช่น ค่าสร้างอาคาร ซื้อหนังสือฯ )
หักได้ 2 เท่ ของจำนวนเงินที่จ่ายไปจริงแต่ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้สุทธิ

2. เงินบริจาคการกุศลสาธารณะ
คือ เงินที่บริจาคให้แก่วัดวาอาราม (ทุกศาสนา), สภากาชาดไทย, สถานพยาบาล
และสถานศึกษาของทางราชการหรือองค์การของรัฐบาลสถานศึกษาเอกชน ฯ
(รายละเอียดเพียบ) หักได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้สุทธิหลังจากหักข้อ 1 มาก่อน
ที่สำคัญ เน้นนะครับว่าต้องบริจาคเป็นเงินเท่านั้น ห้ามเป็นของ
โดยยกตัวอย่างใบอนุโมทนาบัตร และประเด็นพิจารณาสำคัญ ตาม * ในภาพนะครับ

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของผมก็เห็นว่ามีท่านผู้ใจบุญ มากมายนำเอกสารหลักฐาน
ใบอนุโมทนาบัตรมาใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีกันหลายต่อหลายคน แต่.. เอ๊ะ…
บางคนที่บริจาคเงินไป แต่เมื่อนำเอกสารใบอนุโมทนาบัตรมาแสดงสิทธิแล้วปรากฎว่า
ใช้ไม่ได้ตามกฎหมาย เนื่องจาก วันที่ผิดปี ข้อความไม่ถูกต้อง ฯลฯ สารพัดครับ
เขาเหล่านั้นก็มักจะบ่น ๆ ไม่พอใจ ต่อว่าสรรพากร ไม่ยอมรับกับข้อกฎหมายดังกล่าวบ้าง…
(เท่าที่ผมพบเห็นนะ) คือเค้าอยากที่จะใช้สิทธิได้ ก็เค้าอุตส่าห์บริจาคแล้วหน่ะเอง

ผมทราบนะครับว่ามันเป็นสิทธิของท่าน ที่กฎหมายให้ไว้ ว่าถ้าท่านบริจาคแล้ว
มันตรงกับเงื่อนไขตามกฎหมาย ๆ ก็จะให้สิทธิท่านลดหย่อนจำนวนเงินดังกล่าวได้
แต่.. ในใจส่วนลึกของผมก็อยากจะถามท่าน ๆ เช่นกันว่า ท่านบริจาคเงินไปเพื่ออะไร
ท่านบริจาคเพราะความศรัทธาในใจ บริจาคเพื่อความเสียสละ
ริจาคเพราะเพื่อให้ตัวเอง
รู้ถึงการเป็นผู้ให้ และลดกิเลศในใจ… ท่านอยากได้อะไรตอบแทนกลับมาจากการบริจาค

.. การเสียภาษีให้ประเทศชาติ เป็นหน้าที่และเป็นการทำเพื่อส่วนรวมอย่างหนึ่งเช่นกัน
แต่คนเรามักไม่คิดว่านี่เป็นการบริจาค ใจยังตัดเงินที่บริจาคก้อนนั้นไม่ขาดเลย..
เคยมีคนเล่าให้ผมว่า มีคนอยากจะทำบุญโดยการปล่อยเต่า.. ที่สวนโมกข์ ก็ซื้อเต่า
ดั้นต้นจากกรุงเทพฯ เดินทางไปปล่อยถึงสวนโมกข์ (วัดท่านอาจารย์พุทธทาส)
แล้วก็ได้ปล่อยเต่าสมใจ.. สบายใจ เป็นสุขใจ  ได้พบท่านอาจารย์ ๆ ถามกลับไปว่า

“ท่านได้ปล่อยเต่าแล้วเหรอ.. ทำไมต้องมาปล่อยถึงสวนโมกข์เล่า ถ้าจะปล่อยมันจริง ๆ
ทำไมไม่ปล่อยมันตั้งแต่กรุงเทพฯ..”
ฉันใดการบริจาคเงินก็ไม่ใช่เพียงแค่บริจาคให้กับ
วัดวาอาราม องค์กรการกุศลสาธารณะ หรือสถานศึกษาเท่านั้น หากแต่การบริจาค
คือการ “ให้/สละ/ตัดกิเลส..” จากใจของท่าน
สามารถทำได้… กับประเทศชาติด้วยการเสียภาษีได้เช่นกันครับ

WP Theme & Icons by N.Design Studio