ธันวาคม 31
เมื่อเช้าวาน (30 ธ.ค. 2552) ผมออกจากหอช้ากว่าปรกติ เพราะว่าฝนตก ผมก็เิดินออกจากซอยผมมาตามปรกติ แวะกดเงินจาก ATM แล้วก็เดินไปทางที่จะขึ้น BTS เพื่อจะไปอนุสาวรีย์ แล้วก็มีเสียงตะโกนออกมา “เฮ้ย คุณอยากตายหรือไง” ผมรู้สึกได้ว่าเขาตะโกนใส่ผม ผมก็หันไปมอง เขาเป็นพนักงานของการไฟฟ้า มาซ่อมแซมอะไรซักอย่าง เขาตะคอกใส่ผมอีกหนึ่งครั้ง “เดินผ่านแนวกั้นมาเนีย ไม่กลัวตายหรือไง” ผมตัดสินใจอย่างเร็ว เดินจากมา เพราะผมรู้ว่าถ้าเถียงไป ผมคงโดนรุมจากชาวบ้านที่ยืนคุยอยู่กับเจ้าหน้าที่คนนั้นแน่ๆ
แนวกันอะไรของเขา ผมเดินจนออกจากแนวกั้นมาแล้ว ผมยังไม่รู้ตัวเลย รู้ตัวอีกทีตอนที่เขาตะโกนตามหลังมา แบบนี้จะเรียกว่า แนวกั้น ดีไหมเนี่ย ผมมองว่านี่เป็นความสับเพร่าของเขา ที่ไม่คอยดูแลให้ดีว่ามีคนฝ่าแนวกั้นมาหรือเปล่า ผมยอมรับว่าผมเองก็เผลอเรอเช่นกัน เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ มันก็จะตรงข้ามกับหัวข้อบล็อกที่ผมตั้งให้มั้นคล้องจองกันเท่านั้นเอง จริงๆ เขาสับเพร่า ผมเองก็เผลอเรอ
ฝากเรื่องนี้ทิ้งท้ายปี 2552 (2009) ด้วยนะครับ ความเผลอเรอของผม จะส่งผลร้ายแรงต่อผมคนเดียว แต่ว่าความสับเพร่าของเขานั้น อาจจะส่งผลเสียร้ายแรง ต่อหลายๆ คน ถ้ามีคนอื่น (อีกหลายคน) ที่เป็นเหมือนผม เดินฝ่ามาแล้วไม่โชคดีแบบผม จะำทำยังไง ลืมบอกไปว่า ตรงแนวกั้นที่ผมฝ่ามาโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวนั้น มีสายไฟแรงสูงห้อยอยู่ด้วย ^^
ธันวาคม 29
ประโยคนี้ จาก หนีตามกาลิเลโอ ครับ
“หั่นผักหั่นหมูเนี่ยนะ เมืองไทยไม่มีให้หั่นใช่มะ แปลก คนอยากมาเที่ยวที่นี่แทบตาย ไม่มีโอกาส คนมาถึงแล้ว อยู่แต่ในครัว“
ทำให้ผมคิดได้ว่า มาทำงานอยู่กรุงเทพฯ ที่เที่ยวในกรุงเทพฯ ที่ฝรั่งเขามาเที่ยวๆ กันนั้น ผมยังไปไม่ครบเลย ปีใหม่นี้จะหาโอกาสไปเที่ยวกรุงเทพฯ ให้ได้ครับ
Ref : หนีตามกาลิเลโอ
ธันวาคม 28

จะวันหยุดปีใหม่หลายวัน อยากรู้ว่าจะไปไหนๆ กันครับ ส่วนผมหาที่เที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ ที่หวังว่าจะไปคงจะไปอัมพวาซักวันหนึ่ง แล้วก็ไปดูหนังในเมืองกรุงซักเรื่อง ฟงวิ๋นที่อยากดูครับ อยากรู้ที่ไปเที่ยวของคนอื่นบ้างเผื่อจะได้เป็นแนวทางในการเที่ยวพักผ่อนครับ …
ปล.1 ขอเอาการ์ดบริษัทมาใส่เพื่อความสวยงามคงไม่ว่ากันนะครับ เพราะมันเป็นสิ่งดีๆ ที่อยากให้
ปล.2 ที่ทำงานผมหยุด 31-3 ครับ เริ่มงานวันที่ 4 หวังจะเก็บแรงใจ+แรงกายมาทำงานในปีหน้าครับ
ธันวาคม 27
มีโอกาสไปดู avater-อวตาร มาครับ สุดยอดถึงแม้เรื่องราวจะไม่จ๊าบแต่ความสวยงาม+ความอลังการ เห็นแล้วตกใจ แนะนำให้ดูครับ
* ถ้าหวังได้แง่คิด + แนวคิด + เนื้อเรื่อง ที่สุดยอดจากเรื่องนี้ ไม่ แนะนำให้ไปดูครับ *

ปล.1 ไปดูสามมิติ ขอบอก ครั้งแรกที่ดูสามมิติแบบเต็มเรื่อง สุดยอดมาก
ปล.2 ไปดูที่มาบุญครองมา ครั้งแรกกับโรงหนังนี้
ปล.3 เพลงสรรเสริญพระบารมี ก่อนหนังฉาย ที่นี้เพราะมากครับ
ปล.4 ดูรูปนางเอก ตอนก่อนดูมันแปลกน่ะ ตัวนี้ พอเข้าไปดู สวยเลยล่ะ ชอบ
ปล.5 เพิ่งเคยดูหนังแบบคนเต็มโรง แบบแทบครบทุกที่นั่ง สุดยอด ดูแถวหน้าสุด ลองไปนั่งตอนออกจากโรง ทนดูได้งั้ยว้า ใส่แว่น 3 มิติด้วยดิ
ธันวาคม 26
มีหนังสือมาแนะนำ โดยกำลังอยู่ในช่วงที่เริ่มอ่านเหมือนกันครับ อ่านไปได้ 8 หน้า ก็คุ้มกับเงินที่เสียไป โดยข้อความหนึ่งที่ทำให้ผมซื้อเล่มนี้มา คือ ประโยคนี้ที่เป็นแรงขับให้เสียเงินออกจากกระเป๋า
“ฉันเป็นคนใจร้อน 1 แสนขี้เกียจ 1
ฉันจะมานั่งทนขี้เกียจอยู่ได้หรือ
ถ้าการเขียนไม่ใช่อาหารของหัวใจฉัน”

หนังสือเล่มนี้ เป็นการนำจดหมายรักที่เขียนขึ้นจริงๆ ในชีวิตของท่านยาขอบ (โชติ แพร่พันธ์) มาให้อ่าน โดยท่านเขียนถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่อายุ 20 ปี สาวรุ่น ส่วนตัวท่านเอง อายุ 32 ปี ซึ่งท่านมีภรรยาแล้วตั้ง 4 คน คิดว่าว่ามันจะเป็นเรื่องน่าอ่านขนาดไหน ว่าท่านจะทำอย่างไรให้หญิงสาวใจอ่อน และหลงรักท่าน ซะงั้น
ปล.1 ยาขอบ คือบุคคลที่เขียนเรื่องผู้ชนะสิบทิศ ครับ
ปล.2 เรื่องราวนี้ไม่ใช่ ทำให้เราผิดศีลธรรม อยากให้อ่านคารมของท่านในการเขียนจากหัวใจไปสู่ตัวอักษร ว่ามันน่าหลงไหลเสียขนาดคิดไม่ถึง
ธันวาคม 25
พอดีไปซื้อแผ่น DVD บันทึกการแสดงคอนเสิร์ต คุณพระช่วยสำแดงสดมา ดูครับ ตั้งใจจะไปดูที่เขาแสดงจริง แต่มาดูราคา มันไม่เหมาะกับที่ผมจะไปดูที่งานจริง จึงเก็บแรงใจในการดูมาดูจากผ่าน DVD เอาดีกว่า

สาเหตุที่อยากดูจริงๆ เพราะเขามีคนร้องเพลงผู้ชนะสิบทิศ (ตุ้ม จ่านกร้อง) บังเอิญคลั่งไคล้ ท่านจะเด็ด ทั้งๆ ที่อ่านแค่เรื่องย่อของผู้ชนะสิบทิศมาเท่านั้น แต่หลังจากดูจาก DVD สุดยอด สวยงาม และเพลงหลายเพลงเพราะมาก บางเพลงเป็นเพลงดังในอดีต ระลึกถึงอดีต คิดถึงขึ้นมาซะงั้น แสดงความเป็นไทย นั่งดูเห็นฝรั่ง (คนต่างชาติ) นั่งดูการแสดงอย่างน่าทึ่ง ก็ภูมิใจในความเป็นไทยน่ะครับ แนะนำให้หามาดูกันนะครับ
ธันวาคม 22
ไม่ใช่จะพูดเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษในเรื่องของการบอกเวลานะหรอกนะครับ ฉะนั้น five past three จึงไม่ใช่ เวลา 3:05 น.
แต่หมายถึง เวลาทั้งหมดที่ผมทำงานมาตั้งแต่เรียนจบครับ ภายในเดือนนี้ (ธันวาคม) ผมจะทำงานครบ 3 ปี 5 เดือนแล้ว ปีนี้ผลการทำงานออกมาไม่ค่อยดีนัก (ไม่ค่อยดีมากเลย น่ะแหล่ะ) ด้วยหลายๆ เหตุผลด้วยกัน นั่นหมายความว่าผมไม่ใช่บุคคลที่มีผลในการทำกำไรของบริษัทมากนัก
ผมเริ่มทบทวนถึงประโยคๆ หนึ่ง ที่ผมเีขียนลงใน resume นั่นคือ “I want to be a key success of a team” โดยที่ผมเองก็ไม่รู้ว่ามันถูกหรือผิดไวยากรณ์อย่างไร แต่ความหมายที่ผมอยากสื่อออกไปคือ “ผมอยากเป็นคนที่มีส่วนทำให้ทีมประสบความสำเร็จ” ว่าตอนนี้ผมไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว ผมควรพิจารณาตัวเองอย่างไร แต่อีกใจหนึ่ง ผมก็คิดว่าผมยังตอบแทนบุญคุณบริษัทไม่เพียงพอเลย
ธันวาคม 20
ไปยืนดูอวดดีมา เลยเอามาอวดบ้าง

ปล.ได้หนังสือ เทศกาลกินปลาทูครั้งที่ 12 “แม่กลองเส้นทางสายปลาทู” คิดว่าเป็นทีมงานแม่กลองดีเป็นคนทำ ชอบ ได้มา 1 เล่ม ไปขอที่ประชาสัมพันธ์มาน่ะ สงสัยจะห่วง+หวง จะขอซักหลายเล่มก็ไม่กล้า ดูหน้าตาแล้วผมกลัวครับ ยิ้มๆ
Ref : 2009/12/08/416-square-kilometre/#comment-3809